มงคลสมัยฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เนื่องในวาระอันเป็นมงคลยิ่ง วันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) แห่งวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งจะเวียนมาบรรจบครบรอบในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ องค์สังฆบิดรจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 99 พรรษา โดยตลอดระยะเวลาที่ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ได้ทรงสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ประวัติและเส้นทางธรรม
สมเด็จพระสังฆราช มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ณ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ทรงเริ่มการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ จ.ลพบุรี ก่อนจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเมื่อปี พ.ศ. 2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร จ.ราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เป็นพระอุปัชฌาย์
พระองค์ทรงมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 4 ประโยค ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2491 โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาว่า “อัมพโร” ทั้งยังทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ในปี พ.ศ. 2512
การสถาปนาและงานปกครอง
ด้วยพระจริยวัตรและผลงานด้านการปกครองคณะสงฆ์ ทั้งในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม กรรมการคณะธรรมยุต และแม่กองงานพระธรรมทูต ทำให้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ
สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เผยแพร่พระดำริเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เตรียมการจัดงาน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ร่วมกันประกอบพิธีถวายเป็นพระกุศลอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

