ศุภจีแจงสภาฯ เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย แก้โจทย์ SME พร้อมปราบปรามนอมินี

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ศุภจี ได้ขึ้นชี้แจงถึงทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงการวางรากฐานเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวควบคู่ไปกับการบรรเทาวิกฤตในระยะสั้น พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายสำคัญ 4 ด้านที่ประเทศกำลังเผชิญ
รับมือความท้าทายด้านทรัพยากรมนุษย์
ศุภจีระบุว่า ความท้าทายประการที่สามที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือปัญหาโครงสร้างทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ และจำนวนประชากรในวัยเรียนที่เข้าสู่ระบบการศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างทักษะแรงงานให้มีความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์โลก
มาตรการดูแลค่าครองชีพและยกระดับ SME
ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน คณะรัฐบาลได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย ‘ไทยช่วยไทย’ เพื่อดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปัจจุบัน SME สร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 35 ของจีดีพี โดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันสัดส่วนดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
บูรณาการข้อมูลปราบปรามนอมินีและบัญชีม้า
ศุภจียังกล่าวถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสกัดกั้นการนำข้อมูลไปใช้เปิดบัญชีม้า พร้อมทั้งส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนอมินีเชิงลึกครอบคลุม 35 พื้นที่ใน 11 จังหวัด
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสรรพากร, กรมที่ดิน, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาด
