เศรษฐา ทวีสิน ชี้คนวิจารณ์การศึกษาคือคนมีทางเลือก พร้อมผลักดันโมเดลช่วยเด็กหลุดระบบ

เศรษฐา ทวีสิน ได้แบ่งปันมุมมองต่อประเด็นความเหลื่อมล้ำและการศึกษา โดยระบุว่าผู้ที่มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษาไทยส่วนใหญ่ คือกลุ่มคนที่มีทางเลือกและมีโอกาสในชีวิตมากกว่าคนอื่น ซึ่งแนวคิดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่เขาสังเกตเห็นความแตกต่างของโอกาสระหว่างตนเองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตประจำวัน
จากความอึดอัดในวัยเยาว์สู่การตั้งคำถามต่อความเหลื่อมล้ำ
เศรษฐาเล่าว่า ความรู้สึกไม่ชอบความเหลื่อมล้ำก่อตัวขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เมื่อเห็นเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันไม่ได้รับโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือความพยายาม แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางฐานะของครอบครัว ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านการทำงานในอดีตที่แสนสิริ ซึ่งเขาเน้นย้ำเรื่องการลดช่องว่างระหว่างพนักงานทุกระดับ เพื่อให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำนั้นแทรกซึมอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ของชีวิต
ราชบุรีโมเดล: พื้นที่ทดลองเพื่อพาเด็กกลับสู่ระบบ
เมื่อพูดถึงการศึกษา เศรษฐามองว่าความแตกต่างของ ‘ต้นทุน’ ครอบครัวเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา เขาจึงเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) ในการดำเนินโครงการ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่แสนสิริไม่มีโครงการธุรกิจ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง โดยวางงบประมาณไว้ราว 100 ล้านบาท ในระยะเวลา 3-5 ปี
- เน้นการออกแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น เช่น การเรียนออนไลน์หรือการมีครูพิเศษ
- ประสานความร่วมมือกับ NGO เพื่อเข้าถึงข้อจำกัดของเด็กแต่ละครอบครัว
- มุ่งเน้นให้เด็กมีสิทธิเลือกเส้นทางอาชีพของตนเอง แทนการเดินตามอาชีพเดิมของครอบครัว
เชิญชวนภาคส่วนร่วมรับผิดชอบ
เศรษฐาเสนอให้องค์กรต่างๆ เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน (Champion) ในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยกันพาเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษา โดยมองว่าเมื่อเด็กกลับเข้าสู่ระบบแล้ว หน้าที่ถัดไปเป็นของกระทรวงศึกษาธิการในการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่
"เราอยากจะเป็นผู้ผลักดันในการเปลี่ยนแปลง หรืออยากจะเป็นแค่คนนั่งวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องบางเรื่องซึ่งเราสามารถทำประโยชน์ได้ ผมอยากให้กลับมาคิดในมิตินั้นมากกว่า" เศรษฐากล่าวทิ้งท้าย


