Siam Ready

วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท

อ่าน ~5 นาที 0 เข้าชม
วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90
วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดอย่างหนักในสัปดาห์นี้ หลังจากดัชนี KOSPI ปรับตัวลดลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดโดยรวมหายไปกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67 ล้านล้านบาท) โดยแรงเทขายครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับนักลงทุนรายย่อยนับสิบล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มที่หันไปพึ่งพาการลงทุนผ่านกองทุน Leveraged ETF

ผลกระทบหนักจากกองทุน Leveraged ETF

กองทุน Leveraged ETF ถูกออกแบบมาให้มีผลตอบแทนเป็นเท่าตัวของหุ้นอ้างอิง ซึ่งในยามที่ตลาดเป็นขาขึ้นจะสร้างกำไรได้มหาศาล แต่ในทางกลับกัน เมื่อตลาดพลิกตัวเป็นขาลง ความเสียหายก็จะทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่พลาดโอกาสในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น 75% เมื่อปี 2025 ได้ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดในปีนี้โดยใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์และกองทุนประเภทนี้เพื่อหวังทำกำไรจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ Korea Investment & Securities เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ระบุถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นชัดเจน โดยลูกค้ากว่า 880,000 รายที่ถือหุ้น Samsung มีเกือบครึ่งหนึ่งที่กำลังเผชิญภาวะขาดทุน ขณะที่ลูกค้า 408,000 รายที่ลงทุนใน SK Hynix มีถึง 70% ที่อยู่ในสถานะขาดทุนเช่นกัน

แรงเทขายและภาวะบังคับขายหุ้น

ข้อมูลจากสมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลีชี้ให้เห็นว่า เงินฝากในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงเหลือ 107 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.46 ล้านล้านบาท) จากระดับสูงสุดที่ 139.7 ล้านล้านวอนในเดือนมิถุนายน ขณะที่ยอดสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ลดลงจาก 38.6 ล้านล้านวอน มาอยู่ที่ 33.2 ล้านล้านวอน อันเป็นผลมาจากการถูกบังคับขายหลักทรัพย์ (Force Sell) เป็นระลอก

นามู รี ประธาน Korean Corporate Governance Forum กล่าวว่า การเทขายกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กำลังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงจนเงินต้นของรายย่อยแทบสูญสิ้น ด้านรายงานของ Citi ประเมินว่านักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ขาดทุนจากกองทุนประเภทนี้ไปแล้วกว่า 38,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ความย้อนแย้งของผลประกอบการและราคาหุ้น

แม้บริษัท Samsung Electronics จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ทำสถิติสูงสุด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 130% เป็น 171 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.93 ล้านล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงานพุ่งสูงถึง 1,800% เป็น 89.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.06 ล้านล้านบาท) แต่ราคาหุ้นกลับได้รับผลกระทบจากแรงเทขายในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่หุ้น SK Hynix ปรับตัวลดลงกว่า 5% ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม และลดลงรวมกว่า 27% ภายในระยะเวลาเพียง 3 วันทำการ

ชิม จงมิน นักวิเคราะห์จาก CLSA ให้ความเห็นว่า นี่เป็นสถานการณ์การขาดทุนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากกลไกตลาดในขณะนี้ดูเหมือนจะไม่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอีกต่อไป ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากนักลงทุนในห้องแชตที่ระบุว่าชีวิตของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตครั้งนี้

วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
วิกฤตหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ร่วง 40% นักลงทุนรายย่อยอ่วมขาดทุนกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง