Samsung ทวงบัลลังก์ DRAM โลกไตรมาส 2/2026 - Micron จ่อประชิด SK hynix

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสมรภูมิ DRAM
รายงาน Global Memory Tracker ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 จาก Counterpoint Research เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมหน่วยความจำโลก ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากกระแสความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างตลาด DRAM มีการเปลี่ยนแปลงอันดับผู้เล่นรายใหญ่ โดย Samsung Electronics สามารถกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ของโลกได้สำเร็จ
Samsung ผงาดครองแชมป์ - SK hynix และ Micron ไล่บี้
Samsung Electronics เริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยหลังจากครองแชมป์ในไตรมาสแรกด้วยส่วนแบ่ง 38% ล่าสุดในไตรมาสที่ 2 บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดขึ้นไปแตะที่ 39% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา
ในขณะที่ SK hynix แม้จะสร้างสถิติใหม่ด้วยรายได้ที่เติบโตสูงถึง 214% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ในแง่ของส่วนแบ่งตลาดกลับลดลงเหลือ 26% (จากเดิม 39% ในไตรมาส 2 ปี 2025) เนื่องจากถูกกดดันจากคู่แข่งสำคัญทั้ง Samsung และ Micron ที่เร่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Micron Technology ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยส่วนแบ่งตลาด 25% ซึ่งขยับเข้าใกล้ SK hynix เพียง 1% เท่านั้น
ปัจจัยขับเคลื่อนและผู้เล่นหน้าใหม่
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาด DRAM เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือความต้องการชิปหน่วยความจำเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลขั้นสูง ระบบ Agentic AI และการขยายตัวของ CPU สำหรับ AI Server ที่มีความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิต นอกจากนี้ ผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT ยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นด้วยตัวเลขร้อยละสามหลัก
แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2026
ผู้เชี่ยวชาญจาก Counterpoint Research มองว่า การแข่งขันในยุค AI นี้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นจากการเริ่มส่งมอบชิป HBM4 ควบคู่ไปกับการเปิดตัวระบบเซิร์ฟเวอร์ GPU รุ่นใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางรายได้และอันดับของผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ต่อไป

