ศาลสั่งประหารชีวิต 2 จำเลยคดีระเบิดแยกราชประสงค์ ปิดฉากคดีประวัติศาสตร์ 11 ปี

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อ่านคำพิพากษาในคดีวินาศกรรมครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนขวัญประชาชน โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอาเด็ม คาราดัค และ นายไมไรลี ยูซุฟู สองจำเลยในคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2558
บทลงโทษและคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ ประหารชีวิต จำเลยทั้งสองราย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมสั่งปรับคนละ 1,000 บาท ในข้อหาพกพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งยังให้นับโทษจำคุกจากความผิดกระทงอื่นรวมเข้าไว้ในโทษประหารชีวิต นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่หน่วยงานรัฐที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), โรงพยาบาลตำรวจ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร
ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแยกราชประสงค์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลาประมาณ 18.55 น. โดยแรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 20 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 14 ราย และชาวไทย 6 ราย อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน จากพฤติการณ์ในคดีพบว่า นายอาเด็ม คาราดัค เป็นผู้นำกระเป๋าเป้บรรจุระเบิดไปวางใต้เก้าอี้ ส่วน นายไมไรลี ยูซุฟู เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์และประกอบระเบิดก่อนส่งมอบให้
บทสรุปคดีความมั่นคงที่ยาวนานกว่าทศวรรษ
การต่อสู้คดีนี้ใช้เวลายาวนานกว่า 11 ปี เนื่องจากเป็นคดีที่มีความซับซ้อนสูง โดยมีรายละเอียดในสำนวนดังนี้:
- มีการสืบพยานโจทก์กว่า 400 ปาก และพยานจำเลยอีกกว่า 45 ปาก รวมทั้งสิ้น 445 ปาก
- แฟ้มเอกสารและหลักฐานในคดีมีความหนารวมกว่า 10,000 หน้า
คำพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นการคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์เมื่อ 11 ปีก่อนอย่างเป็นทางการ

