สถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรีเริ่มคลี่คลาย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 24 ราย เร่งฟื้นฟูพื้นที่

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีและตามสถานีวัดน้ำหลักในอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอเมือง มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายเพื่อปกป้องเขตเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังระดับน้ำลดลง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 24 ราย โดยแบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 19 ราย และจากเหตุไฟฟ้าช็อต 5 ราย ซึ่งอำเภอกบินทร์บุรีมีจำนวนผู้สูญเสียสูงสุดที่ 7 ราย
ผลกระทบและความช่วยเหลือ
ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรีระบุว่า อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบใน 7 อำเภอ ครอบคลุม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน และ 37 ชุมชน รวมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 60,317 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายกว่า 107,961 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว นอกจากนี้ยังมีการอพยพประชาชน 3,640 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 52 แห่ง โดยทั้ง 7 อำเภอได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่อรับความช่วยเหลือแล้ว
การบริหารจัดการน้ำและแผนฟื้นฟู
นายกฤต กะสมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังวางกระสอบทรายกว่า 10,000 ใบ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานในเขตอำเภอเมือง เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่เศรษฐกิจลงสู่ทะเลผ่านทางอำเภอบ้านสร้าง ในขณะที่ นายชนัฐพงศ์ โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่าระดับน้ำในอำเภอบ้านสร้างลดลงประมาณ 5 เซนติเมตร โดยทางจังหวัดได้ประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางเพื่อเร่งระบายน้ำจากปราจีนบุรีลงสู่แม่น้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
น้ำพระราชทานและความคืบหน้าในพื้นที่ต้นน้ำ
ท่ามกลางความยากลำบาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถุงยังชีพจำนวน 3,000 ชุด ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ โดยมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบสิ่งของพระราชทานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ในส่วนของอำเภอนาดีซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป




