กองปราบตรวจทรัพย์สินกุฏิอดีตเจ้าอาวาสพุทไธศวรรย์ จ่อถอนอายัดบัญชีวัด 71 ล้าน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามได้เข้าดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินภายในกุฏิของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่มีแนวทางในการส่งมอบพื้นที่กุฏิดังกล่าวคืนให้กับทางคณะสงฆ์ ซึ่งในการดำเนินงานครั้งนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับพระสังฆาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสำรวจและตรวจสอบทรัพย์สินให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างโปร่งใส
จ่อถอนอายัดบัญชีวัด 71 ล้านบาท
ในส่วนของความคืบหน้าด้านการเงินของวัด ซึ่งมีบัญชีเงินฝากมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาทที่ถูกอายัดไว้ก่อนหน้านี้เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ล่าสุดมีรายงานว่าจากการตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวของบัญชี เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดในประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ส่งผลให้ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาถอนอายัดบัญชี เพื่อให้ทางวัดสามารถนำเงินไปใช้ในการบริหารจัดการกิจการต่างๆ ของวัดได้ตามปกติ
เร่งจัดระเบียบพื้นที่และเปิดเมรุ
ทางด้าน พระพิพัฒน์ศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และรักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ได้เปิดเผยว่า คณะสงฆ์ได้เข้าร่วมสำรวจทรัพย์สินกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดของพยานหลักฐานในคดีนั้นยังคงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินการสอบสวนให้ครบถ้วนสมบูรณ์
นอกจากนี้ ทางวัดยังได้เร่งจัดระเบียบพื้นที่ภายในวัด โดยเฉพาะการเคลียร์สิ่งของออกจากพื้นที่กุฏิ เพื่อเตรียมเปิดเมรุให้ประชาชนในชุมชนสามารถกลับมาใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชน
มุมมองต่อศรัทธาและหลักธรรม
ทางด้านบุคคลที่ใช้ชื่อว่า ยิ่งยง ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สำหรับผู้ที่มีความกังวลใจในการเดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ สามารถเลือกไปทำบุญยังสถานที่อื่นที่ตนเองศรัทธาได้ตามความสะดวก พร้อมกันนี้ยังได้ให้ทัศนะว่า ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสหรือปกครองดูแลวัด ควรยึดมั่นในศีลธรรมและพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชน โดยย้ำว่า “หากท่านไม่ทำผิด ใครก็ทำอะไรท่านไม่ได้” พร้อมฝากให้ทุกฝ่ายแยกแยะระหว่างการกระทำของบุคคลกับสถานที่ เพื่อให้พระพุทธศาสนาสามารถเดินหน้าต่อไปได้




