สอท. เตรียมฝากขังผู้ต้องหาคดีเพจ Godd Dam พร้อมค้านประกันตัว ยันโปร่งใสตามกฎหมาย

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการควบคุมตัว นายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเพจ Godd Dam โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และคดีปลอมแปลงเอกสาร เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ รายงานระบุว่าตลอดการสอบสวนตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่มีการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมแต่อย่างใด
ประเด็นข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส
ก่อนหน้านี้ นายคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการควบคุมตัว โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ต้องหาออกจาก สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยไม่มีการแจ้งให้ทนายความทราบตามเวลานัดหมาย ส่งผลให้เกิดความสับสนและต้องติดตามตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่หาตัวไม่พบกว่า 30 นาที พร้อมทั้งย้ำถึงสิทธิในการขอประกันตัวตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์
ตำรวจยืนยันปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย
ทางด้าน พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. ในฐานะโฆษก บช.สอท. ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวโดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการนำตัวผู้ต้องหาไปซ่อนเร้นแต่อย่างใด การคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นเป็นเพราะทนายความเดินทางตามขบวนของเจ้าหน้าที่ไม่ทันภายหลังการตรวจค้นบ้านพักเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตำรวจได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหาย) อย่างเคร่งครัด โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ในทุกขั้นตอน และขณะนี้ทนายความได้เข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ความคืบหน้าทางคดีและหลักฐาน
พล.ต.ต.อรุษ กล่าวถึงความคืบหน้าว่า พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอจนศาลอนุมัติหมายจับ และได้ดำเนินการตรวจยึดโทรศัพท์รวมถึงบัญชีธนาคารไว้ตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่อ้างว่าผู้ต้องหาทำน้ำหกใส่คอมพิวเตอร์จนต้องนำไปซ่อมว่าไม่เป็นความจริง โดยในส่วนของผู้ร้องทุกข์นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท.4 ส่วนทางสถาบันการเงินยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความในกรณีสลิปโอนเงินปลอม
โฆษก บช.สอท. ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ ไม่ใช่คำสั่งพิเศษจากนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ หลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาล โดยจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน หากประสงค์จะประกันตัวให้ไปดำเนินการในชั้นศาลต่อไป




