OpenAI ชงรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้น 5% ตั้งกองทุนมั่งคั่งสาธารณะแบ่งปันกำไร AI คืนประชาชน

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า OpenAI กำลังอยู่ในระหว่างการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 5% โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศไว้เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า เตรียมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท AI ประมาณ 12-15 ราย เพื่อผลักดันให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการแบ่งปันผลกำไรมหาศาลจากอุตสาหกรรม AI ไปสู่ประชาชน เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับพลเมืองสหรัฐฯ
แนวคิดกองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ (Public Wealth Fund)
Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้นำเสนอแนวคิดการจัดตั้ง 'Public Wealth Fund' หรือกองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ โดยมีรูปแบบคล้ายกับ 'Alaska Permanent Fund' ของรัฐอะแลสกา ซึ่งเป็นกองทุนที่นำรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติมาลงทุนในหุ้นและจ่ายปันผลให้แก่ประชาชน โดย Altman เสนอให้บริษัท AI ชั้นนำโอนหุ้นประมาณ 5% เข้าสู่กองทุนนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในผลประโยชน์จากสินทรัพย์ที่สร้างความมั่งคั่งระดับชาติ
แรงกดดันและการตรวจสอบจากรัฐบาล
ในขณะที่อุตสาหกรรม AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทต่างๆ ก็เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากข้อกังวลของประชาชนเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากดาต้าเซ็นเตอร์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าตรวจสอบการดำเนินงานของ OpenAI และ Anthropic อย่างเข้มข้น จนเป็นเหตุให้การเปิดตัวโมเดล AI ขั้นสูงของทั้งสองบริษัทต้องล่าช้าออกไป
ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและข้อโต้แย้ง
ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงบทบาทในการเข้าถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงมาโดยตลอด เช่น ในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มีการประกาศแผนอุดหนุน 2 พันล้านดอลลาร์แก่บริษัทควอนตัมคอมพิวติ้ง 9 แห่ง พร้อมเข้าถือหุ้นส่วนน้อยเพื่อป้องกันการผูกขาดและรักษาความเป็นผู้นำระดับโลก อย่างไรก็ตาม Neil Chilson นักวิเคราะห์นโยบาย AI จาก Abundance Institute ได้ออกมาเตือนว่า การที่รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นในบริษัท AI อาจส่งผลเสียต่อบทบาทของรัฐ จากเดิมที่เป็นผู้กำกับดูแลเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ อาจกลายเป็นนักธุรกิจที่มุ่งเน้นผลตอบแทนจากการลงทุนแทน ซึ่งอาจบิดเบือนกลไกตลาดได้

