เปิดชีวิต 'ออฟโรด' จากเด็กเดินขายแหนมสู่ดวงดาว สู้ไม่ถอยแม้ถูกวิจารณ์

เส้นทางชีวิตของ "ออฟโรด" ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกบันเทิง เขาไม่ได้มีพื้นฐานด้านการร้องหรือการเต้นมาก่อน อีกทั้งยังมีบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคน Introvert และสำเร็จการศึกษาด้านการเงิน (Finance) มาโดยตลอด การเข้ามาทำงานในวงการจึงถือเป็นการเปิดโลกใหม่ที่ต้องอาศัยความอดทนและการฝึกฝนอย่างหนัก
เผชิญคำวิจารณ์และวิธีรับมือ
ตลอดระยะเวลา 5 ปีในวงการบันเทิง ออฟโรดต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการถูกเปรียบเทียบความสามารถกับพาร์ตเนอร์อย่าง "ต้าห์อู๋" อยู่เสมอ จนเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นตัวถ่วงความสามารถของคู่ อย่างไรก็ตาม เขาเลือกรับมือด้วยการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับพาร์ตเนอร์เพื่อเคลียร์ความรู้สึก และปรับทัศนคติของตนเองโดยไม่นำไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น แต่เน้นวัดผลที่ความตั้งใจในการพัฒนาตนเองในทุกๆ วันแทน
มิตรภาพและการเติมเต็ม
แม้จะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่ทั้งออฟโรดและต้าห์อู๋กลับเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว โดยต้าห์อู๋มักจะคอยเตือนให้ออฟโรดผ่อนคลายจากความจริงจังที่มากเกินไป ในขณะที่ออฟโรดก็ได้นำความรู้ด้านการลงทุนมาแบ่งปันให้กับต้าห์อู๋จนประสบความสำเร็จร่วมกัน
จากวิกฤตสู่โอกาส
ออฟโรดเล่าถึงภูมิหลังครอบครัวที่เคยประสบปัญหาธุรกิจล้มละลาย ทำให้ชีวิตต้องพลิกผันเผชิญความยากลำบากตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงปี 4 ในมหาวิทยาลัย เขาเคยต้องเดินถือกล่องโฟมขายแหนมปลากรายทอดระยะทางร่วม 10 กิโลเมตรที่หาดใหญ่กับคุณแม่ ทั้งยังต้องเผชิญกับคำดูถูกและการปฏิเสธจากคนรอบข้าง
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตคือการตัดสินใจกู้เงิน กยศ. เพื่อเข้ามาศึกษาต่อด้านการเงินที่กรุงเทพฯ เขาใช้โอกาสนี้ในการทำกิจกรรมมหาวิทยาลัยและเป็นประธานรุ่น รวมถึงเข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการเพื่อเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ จนสามารถประสบความสำเร็จและดูแลครอบครัวได้ในที่สุด ซึ่งในปัจจุบันออฟโรดยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อความสุขและพลังบวกให้กับแฟนคลับในทุกโชว์การแสดง




