Netflix ปรับทัพใหญ่! ปลดพนักงาน 1,000 ตำแหน่ง รับมือการเติบโตชะลอตัว

Netflix ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิ่ง ประกาศมาตรการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ด้วยการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 1,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 6% ของพนักงานทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการลดขนาดองค์กรครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 นอกจากนี้ ในวันถัดมาบริษัทยังได้ประกาศเปลี่ยนตัวหัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์ ท่ามกลางภาวะที่บริษัทกำลังเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
วิกฤตการเติบโตและผลกระทบต่อหุ้น
แม้ Netflix จะยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด แต่สถานการณ์ปัจจุบันถือว่ามีความท้าทายสูง โดยราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่า 40% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และลดลงประมาณ 25% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า รายได้ไตรมาส 3 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.288 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.31 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบ 3 ปี
นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้งานยังสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยชั่วโมงการรับชมรวมในครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้นเพียง 2% ขณะที่สัดส่วนสมาชิกที่ไม่เปิดใช้งานแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น 16.6% และเวลาที่ใช้บนแอปพลิเคชันเฉลี่ยลดลงติดต่อกันถึง 2 ไตรมาส
ความท้าทายด้านคอนเทนต์และการแข่งขัน
นักวิเคราะห์มองว่าปัญหาสำคัญของ Netflix คือการขาดซีรีส์ที่กลายเป็นกระแสสังคมเหมือนในอดีต ประกอบกับปีนี้บริษัทได้รับรางวัล Emmy น้อยที่สุดในรอบ 10 ปี ส่งผลให้เกิดความกังวลในการรักษาฐานสมาชิกเดิมและการดึงดูดสมาชิกใหม่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนปรับเปลี่ยนการรายงานยอดรับชมจากทุก 6 เดือน เป็นปีละครั้งตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ไม่สู้ดีนัก
ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดมีความดุเดือดขึ้น หลังจากที่ Paramount ได้เข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery เสร็จสิ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคม ด้วยมูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.68 ล้านล้านบาท) และเตรียมรวมบริการสตรีมมิ่งเข้าด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ Netflix เคยพยายามเข้าซื้อกิจการดังกล่าวแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ การประกาศปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ Netflix จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยผู้บริหารยืนยันว่าธุรกิจยังคงมีความแข็งแกร่งและเป็นไปตามคาดการณ์ตลอดทั้งปี

