ไมโครซอฟท์ปรับโมเดลราคา Copilot ใหม่ เพิ่มทางเลือกจ่ายตามการใช้งานจริง

ไมโครซอฟท์เดินหน้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การคิดค่าบริการสำหรับแอปพลิเคชัน Copilot ซึ่งปัจจุบันได้รวมศูนย์การใช้งานไว้ในแอปเดียว โดยเปลี่ยนจากโมเดลการคิดค่าธรรมเนียมรายเดือนแบบเดิม (User Subscription License - USL) มาเป็นการคิดค่าใช้จ่ายในรูปแบบผสม (Usage-Based Billing - UBB) ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างโควตาการใช้งานรายเดือนและการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง
ยืดหยุ่นด้วยระบบเติมโทเค็น
ภายใต้โครงสร้างราคาใหม่นี้ ผู้ใช้งานจะได้รับโควตาการใช้งานในรูปแบบรายเดือน หากมีการใช้งานเกินกว่าขีดจำกัดที่แพ็กเกจกำหนดไว้ ระบบจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อโทเค็นเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้ ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรมีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลายมากขึ้น
เปรียบเทียบความคุ้มค่ากับคู่แข่ง
ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุนการใช้งาน Copilot กับคู่แข่งในตลาดอย่าง Claude และ ChatGPT โดยระบุว่าในกรณีการรันงานทั่วไปจำนวน 15 งาน หากใช้ Copilot ผ่านโมเดล Auto จะยังคงอยู่ในแพ็กเกจราคา 30 ดอลลาร์ ในขณะที่ Claude มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 84 ดอลลาร์ และ ChatGPT อยู่ที่ 38 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ในกรณีงานที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นซึ่งจำเป็นต้องเลือกโมเดลด้วยตนเอง Copilot ก็ยังคงมีราคาที่ประหยัดกว่าคู่แข่งทั้งสองราย
ข้อจำกัดของแพ็กเกจจากผู้ให้บริการอื่น
ทางไมโครซอฟท์ยังได้ชี้ให้เห็นถึงข้อแตกต่างของแพ็กเกจระดับองค์กร (Enterprise) ของคู่แข่ง โดยระบุว่าทั้ง Claude และ ChatGPT มีการคิดค่าบริการแบบรายเดือนแยกจากค่าใช้งานจริง และในแพ็กเกจระดับ Claude Teams หรือ ChatGPT Business ยังมีข้อจำกัดด้านฟีเจอร์ รวมถึงการจำกัดจำนวนที่นั่งต่อบริษัทไว้เพียง 150-200 ที่นั่ง ก่อนที่จะถูกบังคับให้ปรับเปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจ Enterprise ซึ่งมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างออกไป
