การเมืองอังกฤษระอุ! สตาร์เมอร์เผชิญแรงกดดัน สส. เลเบอร์จ่อดัน 'เบิร์นแฮม' ชิงเก้าอี้นายกฯ

สถานการณ์การเมืองภายในสหราชอาณาจักรกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียด เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคเลเบอร์เริ่มแสดงท่าทีชัดเจนในการกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรี โดยมองหาตัวเลือกใหม่ที่จะมาแทนที่ สตาร์เมอร์ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าอาจมีการท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งใหญ่
กระแสหนุน 'เบิร์นแฮม' หลังชนะเลือกตั้งซ่อม
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เบิร์นแฮม ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ โดยกวาดคะแนนเสียงไปได้ถึง 54.82% ซึ่งสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งกว่าในการนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งระดับชาติ โดยเฉพาะการรับมือกับพรรค Reform UK ของ ไนเจล ฟาราจ
แผนการท้าชิงและเงื่อนไขภายในพรรค
รายงานจาก The Guardian ระบุว่า กลุ่มผู้สนับสนุนเบิร์นแฮมกำลังเร่งรวบรวมเสียง สส. พรรคเลเบอร์ให้ได้ตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป เพื่อท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งในปัจจุบันพรรคเลเบอร์มี สส. ทั้งหมด 403 คน โดยเกณฑ์ขั้นต่ำในการท้าชิงคือ 81 คน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีรายหนึ่งเปิดเผยว่าตัวเลขผู้สนับสนุนอาจพุ่งสูงถึง 300 คน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการรักษาเก้าอี้ของสตาร์เมอร์ และทำให้เส้นทางการเมืองของ เวส สตรีตติง อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ ที่มีความตั้งใจจะท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคเช่นกัน มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สตาร์เมอร์ในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน จะมีชื่ออยู่ในการแข่งขันโดยอัตโนมัติหากเขาไม่ตัดสินใจลาออกเอง
จากรัฐมนตรีสู่การเมืองท้องถิ่นและนโยบาย 'Manchesterism'
เบิร์นแฮม วัย 56 ปี มีประสบการณ์การเมืองระดับชาติมายาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของ โทนี แบลร์ และ กอร์ดอน บราวน์ ก่อนจะผันตัวไปทำงานการเมืองท้องถิ่นนานถึง 9 ปี ซึ่งเขาได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์จากนักการเมืองในสูทเนี้ยบมาเป็นผู้นำที่เข้าถึงง่ายและกล้าปะทะกับประเด็นต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย
ปัจจุบันเขาชูนโยบาย 'Manchesterism' ซึ่งถอดบทเรียนจากการบริหารงานในเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์ โดยเฉพาะความสำเร็จของ Bee Network ระบบขนส่งสาธารณะที่เน้นการให้อำนาจท้องถิ่นจัดการบริการพื้นฐาน เพื่อนำมาปรับใช้เป็นโมเดลในการรื้อระบบเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรที่กำลังเผชิญปัญหาการเติบโตหยุดชะงัก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เบิร์นแฮมควรผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้นผ่านการดีเบต เพื่อทดสอบแนวนโยบายให้ชัดเจนก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

