กรุงไทยเปิดตัวฟีเจอร์ Real-Time Settlement ปฏิวัติการลงทุนขายกองทุนรับเงินทันที

ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าแก้ปัญหา Pain Point สำคัญของนักลงทุนที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (T+ Settlement) ไม่ว่าจะเป็น T+2 หรือ T+3 ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ในจังหวะที่เหมาะสม ล่าสุดธนาคารได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Real-Time Settlement (T+0) เพื่อยกระดับความคล่องตัวให้แก่ลูกค้ากลุ่ม Wealth โดยเฉพาะ
แก้ปัญหานักลงทุนพลาดโอกาสจากกรอบเวลาเดิม
ในรูปแบบการลงทุนดั้งเดิม หากนักลงทุนตัดสินใจขายกองทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น การขายกองทุนมูลค่า 80,000 บาท เพื่อไปซื้อทองคำผ่าน Gold Wallet ในวันที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง นักลงทุนมักจะต้องรอเงินจากการขายกองทุนตามรอบ T+2 ซึ่งหมายความว่าต้องรอถึง 2 วันกว่าจะได้รับเงิน เมื่อถึงเวลานั้นราคาทองคำอาจดีดตัวสูงขึ้นจนทำให้นักลงทุนพลาดจังหวะการลงทุนที่ต้องการไปอย่างน่าเสียดาย
เปิดตัวฟีเจอร์ T+0 เพื่อความคล่องตัวสูงสุด
ด้วยฟีเจอร์ Real-Time Settlement จากธนาคารกรุงไทย นักลงทุนสามารถขายกองทุนและได้รับวงเงินจากการขายนั้นทันที เพื่อนำไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ที่ต้องการได้ภายในวันเดียวกัน โดยบริการนี้เริ่มต้นผ่านกองทุน KTSV-KTB (T+0) Real-Time Settlement ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มอบบริการที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนในลักษณะนี้
เงื่อนไขและข้อควรทราบสำหรับการลงทุน
- บริการกองทุน KTSV-KTB เปิดให้เฉพาะบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น (ไม่รวมบัญชีร่วมและนิติบุคคล)
- สามารถทำรายการผ่านช่องทาง Krungthai NEXT ได้ทุกวัน หรือติดต่อสาขาของธนาคารในเวลาทำการ
- ราคารับซื้อของธนาคารไม่ใช่ NAV ของกองทุนที่ บลจ. ประกาศ
- การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนหากราคารับซื้อต่ำกว่าต้นทุนที่ลงทุนไว้
- ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.krungthai.com หรือศึกษาข้อมูลกองทุน KTSV-KTB ได้ที่ เว็บไซต์ธนาคารกรุงไทย สำหรับผู้ที่สนใจเอกสิทธิ์ทางการเงินและไลฟ์สไตล์สำหรับลูกค้า Krungthai WEALTH สามารถดูรายละเอียดได้ที่ wealth.krungthai.com หรือติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
