Siam Ready

“กิตติศักดิ์” จี้ “วราวุธ” พิจารณาตัวเอง ปมโรงงานเหล็กซินเคอหยวนไร้เตาปรุง

อ่าน ~6 นาที 35 เข้าชม
“กิตติศักดิ์” จี้ “วราวุธ” พิจารณาตัวเอง ปมโรงงานเหล็กซินเคอหยวนไร้เตาปรุง
โฆษณา
โฆษณาแทรกในเนื้อหาข่าว
ดูรายละเอียด 728x90

"โต้ง หนองบัว" จี้เปลี่ยน รมว.อุตสาหกรรม ชี้เก่งพูดแต่ไม่รู้เรื่องเหล็ก ตั้งคำถามปล่อย "ซิน เคอ หยวน" เดินเครื่อง ทั้งไร้เตาปรุง คุณภาพผ่านได้อย่างไร

นายชยานันท์ เกตุเมฆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู เขต 1 พรรคกล้าธรรม และวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง โดยระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของโรงงานแห่งหนึ่ง แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชนทั่วประเทศ

นายชยานันท์กล่าวว่า รัฐบาลยังคงตอบคำถามสังคมด้วยการยืนยันว่า "ให้ยึดเอกสารเป็นหลัก" แต่ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงเอกสารรับรอง หากต้องการความมั่นใจว่าเหล็กที่ใช้ก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ได้มาตรฐานจริง มีหน่วยงานใดเป็นผู้ตรวจสอบ ใครเป็นผู้รับรอง และหากเกิดความเสียหายขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

"ปัญหาซิน เคอ หยวน ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดให้จบด้วยประโยคว่าเอกสารผ่านแล้ว เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่กระดาษหนึ่งชุด แต่คือความมั่นใจว่าเหล็กทุกเส้นที่ใช้ในประเทศนี้ปลอดภัยจริง ได้มาตรฐานจริง และไม่มีใครใช้ช่องว่างทางอำนาจเปิดทางให้ทุนใหญ่กลับมาเดินเครื่องโดยที่สังคมยังค้างคาใจ"

เขาระบุว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาการบริหารของกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน เพราะจนถึงขณะนี้ สังคมยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่เพียงพอ ทั้งในเรื่องมาตรฐานการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบจากภาครัฐ รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กของบริษัท แต่ฝ่ายบริหารกลับเลือกตอบแบบอ้อมค้อม ไม่สามารถอธิบายข้อกังวลของประชาชนได้อย่างตรงไปตรงมา

นายชยานันท์กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมต้องตระหนักว่า งานด้านอุตสาหกรรมไม่ใช่งานที่ผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญจะเข้ามาบริหารได้ เพราะเกี่ยวข้องกับโรงงาน เครื่องจักร มาตรฐานสินค้า มลพิษ ความปลอดภัย และชีวิตของประชาชน หากไม่มีความรู้ ความเข้าใจ และภาวะผู้นำเพียงพอ ก็ควรเปิดทางให้ผู้ที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่

พร้อมกันนี้ยังวิจารณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า แม้อาจมีความสามารถด้านการสื่อสารหรือการใช้ภาษาอังกฤษ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการมากกว่าทักษะการพูด ต้องอาศัยความรู้ด้านอุตสาหกรรม ความกล้าตัดสินใจ และความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า หากถนัดงานด้านต่างประเทศมากกว่า ก็ควรไปทำงานในด้านที่เหมาะสม ไม่ใช่บริหารกระทรวงในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานเหล็ก

นอกจากนี้ นายชยานันท์ยังตั้งข้อสงสัยถึงการอนุญาตให้บริษัทกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง โดยถามว่า ในเมื่อยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับระบบการผลิตและประเด็นเรื่อง "เตาปรุง" แล้ว เหตุใดจึงสามารถผ่านการตรวจสอบด้านคุณภาพและได้รับอนุญาตให้เดินเครื่องได้

"วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ถามเพื่อเล่นการเมือง แต่ถามแทนประชาชนทั้งประเทศว่า รัฐมนตรีอุตสาหกรรมยังมีความเหมาะสมที่จะนั่งเก้าอี้นี้ต่อไปหรือไม่ หากตอบคำถามสังคมไม่ได้ หากสร้างความมั่นใจให้ประชาชนไม่ได้ และหากทำได้เพียงถือเอกสารขึ้นมาบังความกังวลของชาวบ้าน ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิจารณาเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด"

นายชยานันท์ย้ำว่า รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้กรณีซิน เคอ หยวน กลายเป็นตัวอย่างของการบริหารแบบ "เอกสารผ่าน แต่ประชาชนไม่ผ่าน" เพราะความเชื่อมั่นของประเทศไม่ได้วัดจากลายเซ็นบนเอกสารราชการเท่านั้น แต่ต้องวัดจากความมั่นใจของประชาชนว่า อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้อยู่ทุกวันสร้างขึ้นจากเหล็กที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานจริง

พร้อมทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยังคงปล่อยให้รัฐมนตรีที่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อปัญหาใหญ่ระดับประเทศดำรงตำแหน่งต่อไป ก็เท่ากับเลือกปกป้องเก้าอี้ทางการเมือง มากกว่าปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และฝ่ายค้านจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เงียบหายไปกับกองเอกสารอย่างแน่นอน

 

“กิตติศักดิ์” จี้ “วราวุธ” พิจารณาตัวเอง ปมโรงงานเหล็กซินเคอหยวนไร้เตาปรุง

โฆษณา
แบนเนอร์ท้ายบทความ ครอบคลุมทุกสายตา
ดูรายละเอียด 970x250

ข่าวที่เกี่ยวข้อง