KBTG เผยกลยุทธ์ AI ยุค 'หมดเวลาลอง' ชูโมเดลวัดผล ROI เข้มข้น อัดงบไอทีหมื่นห้าพันล้านต่อปี

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI จากยุคแห่งการทดลองสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจที่ต้องวัดผลได้ผ่านตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ล่าสุด กสิกร บิซิเนส - เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานที่สะท้อนถึงการปรับตัวขององค์กรไทยในระดับสากล
ลงทุนต่อเนื่องด้วยเม็ดเงินหมื่นห้าพันล้าน
‘วรนุช เดชะไกศยะ’ Executive Chairman กลุ่มบริษัท KBTG เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนด้าน IT Service, Data Center และ Software ทั่วโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลของ Gartner ซึ่ง KBank เองได้เดินหน้าลงทุนด้านไอทีไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี โดยมองว่าประเทศไทยมีอัตราการใช้ AI เติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้องค์กรจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทัน
ในส่วนของการวัดผลการลงทุน ‘วรนุช’ เน้นย้ำว่าต้องประเมิน ROI ให้เห็นเป็นเม็ดเงินชัดเจน เช่น การคำนวณต้นทุนที่ลดลงจากการที่ AI ช่วยลดเวลาในการเขียนโค้ดของนักพัฒนาลงได้ 50% เป็นต้น
ก้าวสู่ยุค AI-Infused KBTG
‘ดร. ทัดพงศ์’ พงศ์ถาวรกมล Managing Director กลุ่มบริษัท KBTG ระบุว่า โลกได้เข้าสู่ยุค AI ROI อย่างเต็มตัว โดย KBTG ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค Predictive Analytics จนถึง Generative AI ผ่านความร่วมมือกับ MIT Media Lab และการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเองในชื่อ 'THaLLE'
สำหรับการประเมินมูลค่าโครงการ AI ทาง KBTG ใช้เมทริกซ์ 3x3 โดยพิจารณาจาก:
- แกนการสร้างมูลค่า: Back Office, Front Office และ Top Office
- แกนรูปแบบการรับมูลค่า: การเพิ่มรายได้, การลดรายจ่าย และการลดความเสี่ยง
ทั้งนี้ KBTG ตั้งเป้าเพิ่ม Productivity ของกลุ่มไอทีให้ได้ 15% ในปีนี้ หลังจากปีที่ผ่านมาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ 8% และประหยัดต้นทุนไปได้กว่า 300 ล้านบาท
ความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์
ในด้านความเสี่ยง ‘ชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์’ Vice Chairman & Group CISO กลุ่มบริษัท KBTG ระบุถึงความท้าทายสำคัญด้าน Cybersecurity ของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะประเด็น 'ความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม' (Third-party risk) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการที่บริษัทพันธมิตรถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่องค์กรต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด




