Honda วอนรัฐผ่อนเกณฑ์ภาษี-หนุนระบบจัดการแบตเตอรี่ หวังพยุงราคาขายรถไฮบริด

ค่ายรถยนต์ Honda ได้ออกมาแสดงท่าทีเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไขภาษีนำเข้าและปรับเกณฑ์สำหรับรถยนต์ไฮบริด เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดได้ในระดับราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยให้เหตุผลว่าแผนการพัฒนารถยนต์และรอบการเปลี่ยนโมเดลของบริษัทนั้นได้มีการวางแผนล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ที่ภาครัฐกำหนดขึ้นมาได้ทันที แม้ว่าบริษัทจะให้การสนับสนุนแนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศอย่างเต็มที่ก็ตาม
กังวลระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าและการจัดการแบตเตอรี่
นายโคจิ ได้แสดงความห่วงใยถึงภาพรวมของระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นการจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ยังขาดความสมบูรณ์ ทั้งในด้านกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) การนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบอื่น เช่น การใช้กับอาคาร รวมถึงการนำวัตถุดิบกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
ทุ่มงบลงทุน 1.2 หมื่นล้าน ปรับสายการผลิตรับรถ 8 รุ่น
ในส่วนของแผนการดำเนินงาน Honda ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 2 รุ่น และปรับปรุงสายการผลิตให้สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ได้รวมถึง 8 รุ่น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทต่อโมเดล ปัจจุบันโรงงานของ Honda ที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการเดินสายการผลิตเต็มกำลัง โดยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ประมาณ 35,000 คันต่อปี ไปยังตลาดกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และส่งออกชิ้นส่วนสำหรับประกอบ (CKD) ไปยัง 13 ประเทศ
ปัจจัยลบจากค่าเงินและหนี้ครัวเรือน
นายโคจิ ยังได้สะท้อนมุมมองต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก เนื่องจากทำให้รถยนต์ที่ผลิตในไทยมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งบริษัทเห็นว่าภาครัฐควรมีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาฐานะของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญ
นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงถือเป็นอีกปัจจัยกดดันที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค ทำให้ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์และตั้งราคาขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์กำลังซื้อในปัจจุบัน โดย Honda ยังคงเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยไว้ที่ 76,000 คัน และคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 663,500 คัน หรือปรับตัวลดลงประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

