เจาะลึกกลยุทธ์ Google Maps: บริการฟรี 21 ปี แต่ทำเงินมหาศาลได้อย่างไร?

เป็นเวลากว่า 21 ปีแล้วที่ Google Maps กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก โดยเปิดให้ใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าแอปพลิเคชันที่ทรงอิทธิพลและมีฐานผู้ใช้งานมหาศาลกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือนนี้ สร้างรายได้กลับคืนสู่องค์กรได้อย่างไร
โมเดลธุรกิจ: จากบริการฟรีสู่การสร้างรายได้ผ่านโฆษณา
เช่นเดียวกับบริการค้นหาข้อมูล (Search) ที่ Google ไม่ได้เก็บค่าบริการจากผู้ใช้งาน แต่สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ผ่านค่าธรรมเนียมและโฆษณา ในส่วนของ Google Maps นั้น ทางบริษัทได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นผ่านการแสดง "โลโก้แบรนด์" ของตนเองบนแผนที่แทนที่ไอคอนมาตรฐานทั่วไป ตัวอย่างเช่น โรงแรมในเครือ Hilton สามารถแสดงโลโก้ตัว H อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้นักเดินทางจดจำและค้นหาสถานที่ที่คุ้นเคยอย่าง Starbucks หรือ Holiday Inn ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขุมทรัพย์จาก Google Maps API
ด้วยฐานผู้ใช้งานที่กว้างขวาง ทั้งในสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ใช้กว่า 154 ล้านคน และทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านคน ทำให้ Google Maps กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงคุณค่าสำหรับผู้ลงโฆษณา นอกจากนี้ยังมีรายได้หลักอีกทางคือการให้บริการ Google Maps API แก่แอปพลิเคชันและเว็บไซต์นับล้านแห่งทั่วโลก อาทิ Uber, Grab หรือ Facebook ที่ต้องพึ่งพาข้อมูลพิกัดเพื่อแสดงตำแหน่งคนขับ ประเมินเวลาเดินทาง หรือแชร์ตำแหน่งกับเพื่อน
ทั้งนี้ Google ไม่ได้เปิดให้องค์กรขนาดใหญ่ใช้งาน API เหล่านี้ฟรี แต่จะคิดค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน จำนวนคำขอ (API Requests) และฟีเจอร์ระดับสูงที่เลือกใช้ โดยข้อมูลจาก FourWeekMBA ประเมินว่ารายได้จากส่วนนี้อาจสูงถึงประมาณ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากการที่มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมากกว่า 5 ล้านแห่งเรียกใช้งาน API ในทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่
ประเด็นทางกฎหมายที่ต้องจับตา
นอกเหนือจากเรื่องรายได้ Google Maps ยังเคยตกเป็นประเด็นในแง่มุมทางกฎหมาย โดยมีกรณีที่ศาลสั่งให้มีการชดเชยค่าเสียหายจำนวน 4.4 แสนบาท ให้แก่บุคคลที่ถูกถ่ายติดภาพขณะเปลือยกายบน Google Maps ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัวในการให้บริการแผนที่ดิจิทัล
