ฝรั่งเศส-สเปนเผชิญวิกฤตไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ อพยพประชาชนทะลุ 3.3 แสนคน

สถานการณ์ไฟป่าในยุโรปทวีความรุนแรงถึงขีดสุด โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งกำลังเผชิญกับเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ทางการต้องประกาศอพยพประชาชนรวมกันแล้วกว่า 330,000 คน ท่ามกลางความพยายามอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมเพลิงที่ลุกลามเป็นวงกว้าง
ฝรั่งเศสระดมกำลังพลรับมือวิกฤต
รัฐบาลฝรั่งเศสได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 2,500 นาย พร้อมด้วยทหาร 1,500 นาย และตำรวจอีกเกือบ 1,200 นาย เข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยได้รับความร่วมมือจากทีมช่วยเหลือจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ได้ให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างเต็มกำลัง
ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมสำคัญ
ความเสียหายในฝรั่งเศสขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในเมืองเลอ ปอร์จ (Le Porge) ซึ่งมีบ้านเรือนถูกไฟเผาผลาญไปแล้วกว่า 150 หลัง นอกจากนี้ ทางการยังต้องสั่งปิดทางหลวงสาย A63 ที่มุ่งหน้าสู่ประเทศสเปนเป็นระยะทางยาวถึง 60 กิโลเมตร ในขณะที่สนามบินบอร์โดต้องจำกัดการจราจรทางอากาศเพื่อเปิดทางให้เครื่องบินดับเพลิงปฏิบัติภารกิจ ส่งผลให้เที่ยวบินพาณิชย์จำนวนมากต้องล่าช้าหรือถูกยกเลิก นอกจากนี้ การแข่งขันจักรยานทางไกลระดับโลกอย่าง “ตูร์ เดอ ฟรองซ์” (Tour de France) ในสนามสุดท้ายที่กรุงปารีส ยังจำเป็นต้องปรับลดระยะทางลง เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนการดับไฟป่า
สถานการณ์วิกฤตในสเปน
ทางด้านประเทศสเปน สถานการณ์ถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีการอพยพประชาชนไปแล้วกว่า 90,000 คน พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรวมกว่า 77,000 เฮกตาร์ โดยเฉพาะในพื้นที่โดยรอบกรุงมาดริดและแคว้นอาบิลา (Ávila)
ยอดผู้สูญเสียจากเหตุการณ์
จากเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในฝรั่งเศส 2 นาย และพลเรือนในสเปน 1 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและอันตรายของสถานการณ์ที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญอยู่

