จีนผุดธุรกิจใหม่ 'ขายใบหน้า' ให้ AI สร้างรายได้หลักหมื่น แลกความเสี่ยงที่ต้องระวัง

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างรวดเร็วในประเทศจีน ได้เกิดโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ นั่นคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำ “ใบหน้า” ของตนเองไปขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในงานโฆษณา เกม หรือละครสั้น โดยแลกกับค่าตอบแทนที่หลากหลาย ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท
ตลาดใบหน้า AI กับค่าตอบแทนที่หลากหลาย
รายงานระบุว่า ผู้ที่สนใจสามารถนำใบหน้าเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในงานผลิตคอนเทนต์ต่างๆ ซึ่งค่าตอบแทนจะขึ้นอยู่กับข้อตกลง โดยมีมูลค่าตั้งแต่ประมาณ 500 บาท ไปจนถึงมากกว่า 23,000 บาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569) ทั้งนี้ แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า ActID ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดทำสัญญาและหักค่าคอมมิชชัน 10% โดยในปัจจุบันมีโครงการละคร AI หลายแห่งที่เลือกใช้ใบหน้าของคนจริงผ่านแพลตฟอร์มนี้ โดยจ่ายค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 490-2,490 บาทต่อตอน
ไมโครดราม่า แรงขับเคลื่อนความต้องการใบหน้า
ความต้องการใบหน้าคนจริงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามกระแสของ “ไมโครดราม่า” หรือละครสั้นแนวตั้งที่รับชมผ่านสมาร์ทโฟน ข้อมูลระบุว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 จีนมีการผลิตไมโครดราม่าออกมาแล้วกว่า 128,000 เรื่อง และมากกว่า 95% ของจำนวนดังกล่าวมีการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต การนำใบหน้าคนจริงมาใช้จึงถูกมองว่าเป็นวิธีเพิ่มความหลากหลายให้กับตัวละคร หลังจากผู้ชมเริ่มเบื่อหน่ายกับรูปลักษณ์ของตัวละคร AI ที่ดูซ้ำซากจำเจ
ปัญหาการละเมิดสิทธิ์และความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มาพร้อมกับความเสี่ยง โดยแพลตฟอร์มอย่าง Hongguo ของ ByteDance ได้ประกาศคุมเข้มเนื้อหาที่ใช้ใบหน้า AI ซ้ำซากและขาดเอกลักษณ์ ที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีผู้สร้างคอนเทนต์ร้องเรียนว่าละครบนแพลตฟอร์มนำใบหน้าของพวกเขาไปดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต จนมียอดรับชมสูงถึง 40 ล้านครั้งก่อนจะถูกถอดออก ทั้งนี้ ByteDance ระบุว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 ได้ดำเนินการลบวิดีโอที่ละเมิดการสร้างซ้ำใบหน้าหรือเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตไปแล้วมากกว่า 85,000 รายการ
แม้ว่า ActID จะพยายามสร้างความมั่นใจด้วยระบบติดตามการใช้งานและบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ทั้งหมดว่าจะไม่มีการคัดลอกหรือส่งต่อข้อมูลออกนอกระบบ ทางด้าน ซู ฟาง นายแบบวัย 21 ปี ในเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในผู้ที่เคยได้รับผลกระทบจากการถูกนำใบหน้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่สนใจนำใบหน้าเข้าสู่ตลาด AI แม้จะได้รับค่าตอบแทนก็ตาม พร้อมเตือนให้ผู้ที่สนใจพิจารณารายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ


