‘ชัชชาติ’ ปิดฉากหาเสียง 24 ชม. ชู 260 นโยบายทำทันที มั่นใจความโปร่งใสคือทางออก

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เปิดเผยถึงประสบการณ์จากการลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงว่า ทำให้ได้สัมผัสกับปัญหาของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ยังคงพบปัญหาการจัดการขยะ ปัญหาคนไร้บ้าน รวมถึงข้อจำกัดด้านการจราจรและจุดกลับรถที่ยังไม่เหมาะสม การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความซับซ้อนและมีความหลากหลายสูง นโยบายที่จะนำมาใช้จึงต้องมีความครอบคลุมและดูแลประชาชนได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนไร้บ้าน หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง
ชูนโยบาย 260 ข้อ พร้อมเดินหน้าทันที
ชัชชาติ ยืนยันว่าแนวทางการทำงานของตนนั้นมาถูกทางแล้ว โดยได้เตรียมแผนนโยบายกว่า 260 ข้อที่พร้อมดำเนินการได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเลือกตั้ง โดยจะมุ่งเน้นการสะสางปัญหาที่ท้าทายก่อนเป็นลำดับแรก ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างผลงานที่เห็นผลเร็ว หรือ Quick Win ในหลากหลายมิติเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน
พลังใจจากประชาชนและการปราศรัยปิดท้าย
ในระหว่างการลงพื้นที่ช่วงกลางดึก แม้จะพักผ่อนเพียง 2 ชั่วโมง แต่ชัชชาติระบุว่าได้รับพลังใจอย่างมหาศาลจากการพบปะประชาชน โดยมีกรณีที่ประชาชนสองรายเดินทางจากเขตคลองสามวามาพบตนที่เขตหลักสี่ในเวลา 01.00 น. เพียงเพื่อต้องการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเมือง ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนได้เป็นอย่างดี
สำหรับการเลือกสยามสแควร์เป็นสถานที่ปราศรัยปิดท้าย ชัชชาติอธิบายว่าพื้นที่นี้เป็นตัวแทนของกรุงเทพฯ ในมิติของการเดินทางและการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนกำลังสำคัญในการบริหารจัดการเมืองในอนาคต การดึงคนกลุ่มนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายจะช่วยให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างยั่งยืน
ยึดมั่นความโปร่งใส ปฏิเสธการเมืองเชิงลบ
นอกจากนี้ ชัชชาติยังได้ปฏิเสธที่จะตอบโต้กระแสการสาดโคลนหรือการวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ โดยยืนยันว่าทีมงานมุ่งเน้นการทำงานเชิงบวก และเชื่อมั่นว่าความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่จะนำพากรุงเทพมหานครและประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง




