หมอเตือนพ่อแม่ใจร้อนขวางพัฒนาการลูก แนะฝึกทักษะ EF สร้างสมองฉลาด

“หมอกิ๊ฟ” กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบประสาทเด็ก ได้ให้ความรู้ผ่านรายการ "MY DADDY James" เกี่ยวกับกลไกสมองและพัฒนาการของลูกน้อย โดยเน้นย้ำว่าความใจร้อนของพ่อแม่ที่คอยช่วยเหลือหรือเร่งรัดลูกมากเกินไป อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางพัฒนาการตามวัยโดยไม่รู้ตัว
กลไกสมองและพัฒนาการ
หมอกิ๊ฟอธิบายว่า เซลล์ประสาทของมนุษย์นั้นสร้างเสร็จสิ้นตั้งแต่ก่อนคลอด แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังคลอดคือ "ใยประสาท" ซึ่งเปรียบเสมือนเครือข่ายส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมอง ความเก่งของคนเราจึงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของใยประสาทเหล่านี้ โดยสมองจะพัฒนาจากด้านในออกด้านนอก และจากด้านหลังมาด้านหน้า ซึ่งสมองส่วนหน้าจะพัฒนาต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 20-25 ปี
ทักษะสมองขั้นสูง (EF) และ Growth Mindset
ทักษะ Executive Functions (EF) ซึ่งควบคุมโดยสมองส่วนหน้า คือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ โดยเริ่มวางรากฐานในช่วงอายุ 3-5 ปี ประกอบด้วย 3 ทักษะหลัก ได้แก่ ความจำใช้งาน การยับยั้งชั่งใจ และการยืดหยุ่นทางความคิด นอกจากนี้ พ่อแม่ควรปลูกฝังแนวคิด Growth Mindset ให้ลูกรู้ว่าความสำเร็จเกิดจากการฝึกฝน ไม่ใช่พรสวรรค์ ดังนั้นการปล่อยให้ลูกได้ลองทำและเผชิญกับความล้มเหลวบ้าง จึงเป็นโอกาสทองในการพัฒนาตนเอง
กิจวัตรประจำวันและการใช้หน้าจอ
หมอกิ๊ฟแนะนำให้พ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่น การกินข้าว แปรงฟัน หรือช่วยงานบ้าน เพื่อสร้างสมาธิและวินัย การป้อนข้าวลูกขณะดูหน้าจอจะทำให้เด็กขาดการโฟกัสและเสียโอกาสในการฝึก EF สำหรับการใช้หน้าจอ หมอกิ๊ฟย้ำว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรดูจอโดยเด็ดขาด ส่วนเด็กที่โตกว่านั้นต้องจำกัดเวลาและควรมีผู้ปกครองร่วมดูด้วยเพื่อสื่อสารและชี้ชวนคิด
การฝึกทานอาหารด้วยตนเอง (BLW)
สำหรับการฝึกให้ลูกทานอาหารเอง (Baby-Led Weaning หรือ BLW) จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานงานของมือและสายตา อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการสำลักติดคอ ซึ่งต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดและมีความรู้ในการช่วยเหลือฉุกเฉิน
การพัฒนาลูกที่ดีที่สุดไม่ใช่การเติมทุกอย่างให้เต็ม แต่คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสอน เมื่อไหร่ควรช่วย และเมื่อไหร่ควรปล่อยให้ลูกเติบโตด้วยตัวเอง




