นายกฯ อนุทิน ยันรัฐบาลยังแกร่ง ไม่ปิดประตู ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาล ชี้การเมืองทุกอย่างเป็นไปได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยยืนยันว่ารัฐบาลในปัจจุบันยังคงมีความมั่นคงและแข็งแรงดี พร้อมทั้งปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าตนเองกำลังประสบปัญหาหรือสะดุดขาตัวเองทางการเมืองในประเด็นการฮั้ว สว. โดยนายกรัฐมนตรีย้อนถามกลับว่าตนได้สะดุดเมื่อใด
ผลงานรัฐบาลครบ 1 ปี และความราบรื่นในการทำงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างเต็มที่และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะข้าราชการประจำที่ตอบสนองต่อนโยบาย “ควิก บิ๊ก วิน” ของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ยังได้รับความเห็นชอบอย่างท่วมท้นจากสภาฯ สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานของรัฐบาลไม่มีอุปสรรคและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
ภารกิจเยือนเวียดนามและประเด็นคดีความ
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งตรงกับวันที่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศนั้น นายอนุทินระบุว่า ในวันดังกล่าวตนได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ติดตามการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ จึงต้องไปปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
เมื่อถามถึงความพร้อมหากผลการพิจารณาของ กกต. ออกมา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ตนไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น เพราะไม่เกี่ยว” พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องผิดกฎหมายหรือขัดรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ทำเรื่องดังกล่าว
ความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรมและการปรับ ครม.
ในประเด็นที่พรรคกล้าธรรมร่วมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 จนเกิดกระแสข่าวการดึงมาร่วมรัฐบาล นายอนุทินระบุว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่าการเมืองไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส และทุกอย่างเป็นไปได้หมด อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำถึงการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ ว่า “ตอนนี้ยัง”
ส่วนความสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นายอนุทินกล่าวว่ายังคงเป็นเพื่อนซี้และเป็นคนรุ่นเดียวกันที่รู้จักกันมานานหลายสิบปี พร้อมย้ำทิ้งท้ายถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า ตนไม่หวั่นไหวต่อระเบิดทางการเมือง แต่หวั่นเพียงเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของทหารและประชาชนเท่านั้น


