เตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI สร้าง 'เด็กชายเสี่ยวไห่' หลอกลวงผู้สูงอายุในจีน

วิกฤตมิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวละครลวงโลก
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ของจีน เมื่อมีการตรวจพบการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างตัวละครที่เรียกกันว่า “เสี่ยวไห่” ซึ่งเป็นเด็กชายที่ถูกออกแบบมาให้มีใบหน้าเศร้าสร้อยและดูน่าสงสาร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยตัวละครดังกล่าวจะถูกนำมาเล่าเรื่องราวชีวิตที่ยากลำบากเพื่อเรียกน้ำตาและสร้างความเห็นอกเห็นใจจากผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ก่อนจะนำไปสู่การหลอกขายสินค้าในราคาที่สูงเกินจริง
กลยุทธ์เรียกน้ำตาเพื่อยอดขาย
รูปแบบการนำเสนอของ “เสี่ยวไห่” มักปรากฏตัวในชุดนักเรียนหรือเสื้อเชิ้ตสีขาว พร้อมเรื่องราวที่ถูกปรุงแต่งขึ้น เช่น การนั่งกินซาลาเปาเพียงลำพังในห้องเรียนขณะที่เพื่อนไปทานข้าว หรือการถูกกลั่นแกล้งท่ามกลางสายฝนเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน พร้อมทั้งอ้อนวอนให้บรรดา “คุณป้าและคุณแม่” ช่วยซื้อสินค้า เช่น ซีเรียลบัควีท เพื่อให้มียอดขายตามเป้าหมายและไม่ต้องถูกดูถูก ซึ่งกลยุทธ์นี้ส่งผลให้ผู้สร้างคอนเทนต์ได้รับค่าคอมมิชชันสูงถึง 55%
รายได้มหาศาลจากความสงสาร
ข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ผู้สร้างสามารถผลิตคลิปเหล่านี้ได้ง่ายด้วยการใช้คำสั่ง (Prompt) AI ทั่วไป โดยสามารถสร้างรายได้ต่อวันสูงถึง 2,000 – 3,000 หยวน หรือประมาณ 10,000 – 15,000 บาท ปัจจุบันหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเด็กชาย AI เหล่านี้มียอดรับชมรวมกันมากกว่า 600 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของจีน
ผลกระทบต่อจิตใจผู้สูงอายุ
ความน่ากังวลอยู่ที่กลุ่มผู้ชมหลักคือผู้สูงอายุที่หลงเชื่อและผูกพันกับตัวละครเหล่านี้เสมือนลูกหลานจริง ๆ มีรายงานกรณีหญิงชราวัย 79 ปี หลงเชื่อเรื่องราวถึงขั้นเดินทางด้วยรถไฟเพื่อไปหาตัวละครดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุจำนวนมากสั่งซื้อสินค้าซ้ำ ๆ พร้อมเขียนข้อความแสดงความรักและเป็นห่วงตัวละคร AI อย่างจริงจัง
มุมมองนักวิชาการต่อปัญหาความโดดเดี่ยว
ทางด้าน หม่า เหลียง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือการฉ้อโกง แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาความโดดเดี่ยวในสังคมผู้สูงอายุ “ผู้สูงอายุจำนวนมากเผชิญกับความโดดเดี่ยวอย่างรุนแรง จึงหันมาใช้จ่ายบนโลกดิจิทัลเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางความรู้สึก แม้บางคนจะทราบดีว่าทุกอย่างเป็นเรื่องปลอม แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเชื่อเพราะต้องการเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปในชีวิตจริง”


